วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-RUNFLAT TYRE

RUNFLAT TYRE วิ่งได้แม้ไร้ลม

ยางรถยนต์

PAX SYSTEM - จุดเริ่มต้นของ RUNFLAT TYRE เป็นยางรถยนต์แบบพิเศษ ต้องใช้กับ กระทะล้อแบบเฉพาะ ไม่สามารถใส่กับกระทะล้อทั่วไปได้ ก่อนจะใส่ยางเข้าไป กระทะล้อจะถูกสวมด้วยแหวนพลาสติกแข็งและหนารัด อยู่โดยรอบ ซึ่งมีน้ำหนักไม่น้อย เป็นการเพิ่มภาระในการหมุน ถ้ายางแบนลง แหวนพลาสติกจะทรุดลงมากดด้านหลังของหน้ายาง ทำให้แก้มยางทรุดตัวลงไม่สุด ขอบกระทะล้อจึงไม่บดลงบนแก้มยาง ขอบกระทะล้อถูกออกแบบให้บีบกับขอบยางแน่นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันยางหลุดจากกระทะล้อ เวลาขับขณะแรงดันลมยางลดลงมาก ๆ หรือไม่มีลมเลย เนื่องจากต้องใช้กระทะล้อ และยางแบบพิเศษ การผลิต และการถอดใส่จึงต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ ซึ่งยุ่งยากและมีราคาแพง แต่ก็ทำงานได้ผลเมื่อยางแตก เพราะแก้มยางจะยุบตัวลงน้อยมาก ภาระการรับน้ำหนักเปลี่ยนไปตกอยู่ที่วงแหวนพลาสติก ผู้ผลิตระบุว่า เมื่อยางแบนจะสามารถขับต่อไปได้ด้วยความเร็ว 80 กม./ชม. เป็นระยะทางสูงสุดถึง 200 กิโลเมตร แต่ความนุ่มนวลจะลดลง เพราะไม่มีแรงดันลมช่วยซึมซับแรงสั่นสะเทือน มีเพียงหน้ายางที่ถูกกดโดยตรงจากแหวนพลาสติก ซึ่งหนา แข็ง และไม่มีความยืดหยุ่น

ยางรถยนต์

PAX SYSTEM มีข้อดี คือ ถ้าแรงดันลมยางปกติหรือยางไม่แบน จะมีความนุ่มนวลเหมือนยางทั่วไป เพราะไม่ได้เสริมความหนาที่แก้มยาง แต่... ไม่เป็นที่นิยม เพราะต้องเป็นพิเศษทั้งยาง วงแหวนไส้ใน และกระทะล้อ รวมทั้งมีความยุ่งยากในการถอดใส่ ช่วงแรกจึงมีการจำหน่ายเป็นอุปกรณ์เลิกติดตั้งพิเศษในรถยนต์เพียงไม่กี่รุ่น เท่านั้น และถูกนำไปติดตั้งในรถยนต์ต้นแบบที่จัดแสดงตามมอเตอร์โชว์ต่าง ๆ มากกว่าใช้งานจริง ช่วงต้นปี 2002 ที่ PAX SYSTEM ถูกนำไปติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์เรโนลต์ ซีนิก รุ่นสูงสุด ( ปี 2001 เป็นอุปกรณ์เลือกติดตั้งพิเศษ ) ซึ่งคาดว่าจะมียอดจำหน่ายปีแรกหลายหมื่นคัน

ผู้ผลิตยางรถยนต์ ที่มียาง PAX SYSTEM ในสายการผลิต คือ มิชลิน พิแรลลี กู๊ดเยียร์ และซูมิโตโม (ดันลอป ญี่ปุ่น) โดยคาดว่าตลาดของ PAX SYSTEM จะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ แต่เป็นไปอย่างช้า ๆ เพราะราคาแพง และความยุ่งยาก รวมทั้งมีเทคโนโลยีอื่นมาเบียด ซึ่งมีราคาถูกกว่า และใช้งานง่ายกว่า
ยางรถยนต์
เทคโนโลยี…ยางแก้มหนา เหนือกว่าด้วยความสะดวก โดยใช้วิธีง่าย และไม่ซับซ้อน คือ ออกแบบแก้มยางรถยนต์ให้หนา และมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่ายางรถยนต์ปกติ เพื่อให้เมื่อยางรถยนต์แบน แก้มยางจะยังดันอยู่กับขอบกระทะล้อ และสามารถรองรับการบดลงมาของขอบกระทะล้อได้นาน โดยไม่เกิดความเสียหาย ที่สำคัญ คือ สามารถใช้กับกระทะล้อ และเครื่องมือถอดใส่บางแบบธรรมดาได้

ยางแก้มหนานี้ เมื่อยางแบนจะทำงานได้ไม่ดีเท่า PAX SYSTEM เพราะไม่มีแหวนพลาสติกหนารับน้ำหนักแทนลม เป็นการรับน้ำหนักด้วยแก้มยางทั้ง 2 ข้าง แต่ก็ไม่ทำให้รถยนต์เสียการทรงตัว และสามารถขับต่อด้วยความเร็วกกว่า 50 กม./ชม. เป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร

ผู้ผลิตยางรถยนต์หลายราย เริ่มผลิตยางแบบนี้ออกจำหน่ายแล้ว โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น กู๊ดเยียร์ เรียกกว่า EMT (Extended Mobility Technology) มีตั้งแต่ขนาด 15-19 นิ้ว ซีรีส์ 60-35 รวมแล้วเกือบ 20 ขนาด โดยเป็นยางมาตรฐานของเชฟโรเล็ต คาร์เวต ในปี 1997 พลีมัต พราวเลอร์ และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 PL ในปี 1998 และมินิ คูเปอร์ ในปี 2001

บริดจสโตน เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า RFT (RUNFLAT TIRE) ปัจจุบันเป็นยางมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู Z8 ในรุ่น Potenza REO40 ด้านหน้าขนาด 245/45R18 ด้านหลังขนาด 275/65R18 และนิสสัน ไฮเปอร์มินิ ในรุ่น Ecopia EP02 ด้านหน้าขนาด 145/65R14 ด้านหลังขนาด 165/60R14 แม้ยางรถยนต์แบบนี้จะสามารถใช้ร่วมกับกระทะล้อทั่วไปได้ แต่ก็มีข้อเสีย คือ แก้มยางที่หนาขึ้น และถูกเสริมความแข็งแรงทำให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้น้อยลง มีความกระด้างเพิ่มขึ้นตลอดการขับ

Internal Support RUNFLAT System อีกเทคโนโลยีจากบริดจสโตน แนวคิดในการออกแบบคล้ายกับ PAX SYSTEM แต่เปลี่ยนจากแหวนพลาสติกหนา และแข็ง มาเป็นแหวนโลหะทรงโค้งบางโปร่ง ปลายทั้ง 2 ด้านเป็นยาง ล้อมรัดอยู่กับกระทะล้อ เมื่อยางแบน กระทะล้อ และวงแหวนโลหะจะทรุดกดลงบนด้านหลังของหน้ายาง แก้มยางจะยุบตัวลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขอบกระทะล้อไม่บดลงบนแก้มยาง ขับต่อได้นานโดยยางไม่เสีย มีจุดด้อยคล้าย PAX SYSTEM คือ ยุ่งยาก และแพง ข้อดีที่เหมือนกันคือ นุ่มนวลในการใช้งานปกติ เพราะแก้มยางไม่แข็ง เด่นกว่า PAX SYSTEM ตรงที่แหวนโลหะมีน้ำหนักเบา ล้อ และยางไม่หนักขึ้นมาก จึงไม่เป็นภาระแก่ช่วงล่างมากนัก รับน้ำหนักได้ดีกว่ายางแบบแก้มหนา ขับได้เร็ว และไกลกว่า โดยไม่ทำให้ยางเสียหายเพิ่มเติมหลังจากยางแบน และเมื่อยางแบนจะนุ่มนวลกว่า PAX SYSTEM เพราะขอบยางที่รองรับแหวนโลหะอยู่นั้น สามารถยืดหยุ่นได้ ไม่แข็งตายตัวเหมือนแหวนพลาสติกของ PAX SYSTEM

เซ็นเซอร์แรงดันลมยาง อุปกรณ์เสริมที่อาจจำเป็น ยางแบบ RUNFLAT TIRE จะทำให้ยางไม่ค่อยยุบตัวลงเมื่อลมรั่วออก ผู้ขับบางคนจึงอาจไม่ทราบว่ายางแบน และขับต่อไปเป็นระยะทางไกลจนยางเสียหาย ผู้ผลิตยางแบบ RUNFLAT TIRE บางราย จึงแก้ปัญหาด้วยการใช้จุกลมแบบพิเศษ มีเซ็นเซอร์วัดแรงดันลมยางในตัว ทำงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ส่งสัญญาณไปยังมอนิเตอร์ในห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้ขับทราบว่า ยางแต่ละเส้นมีแรงดันอยู่ในระดับปกติหรือไม่

แนวโน้มในอนาคต คาดว่ายางแบบมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ที่ต้องใช้แรงดันลมช่วยรับน้ำหนัก ถ้าแบนแล้วขับต่อไม่ได้ จะคงความนิยมทั้งจากผู้ผลิตและผู้บริโภค เนื่องจากในปัจจุบัน ยางแบบมาตรฐานก็พัฒนาให้มีความทนทานพอสมควรแล้ว ถ้ารูรั่วไม่ใหญ่นัก หรือของแหลมยังติดคาอยู่ ลมก็จะรั่วออกช้ามาก รถยนต์จึงไม่เสียการทรงตัวในทันที สามารถประคองหาที่ปลอดภัยเปลี่ยนยางอะไหล่ได้ ไม่บ่อยนักที่จะพบว่าลมยางรั่วออกหมดอย่างรวดเร็ว

ส่วนยางแบบพิเศษ ที่ขับได้แม้ไร้ลมยาง จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ถ้าสามารถลดราคา และความยุ่งยากในการใช้ลงได้ โดยมีแนวโน้มว่ายางแบบแก้มหนา ซึ่งใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน และมีราคาไม่แพงกว่าปกติมากนัก จะได้รับความนิยมมากกว่ายางแบบมีวงแหวนเป็นไส้ใน และจะแพร่หลายมากในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ที่ไม่ควรเสียการทรงตัวเมื่อยางแตก เมื่อยางแตกก็ขอแค่รถยนต์ไม่เสียการทรงตัว สามารถขับต่อไปในที่ปลอดภัย และสะดวกต่อการเปลี่ยนยางอะไหล่ โดยใช้ความเร็วพอประมาณ 5-10 กม./ชม. ไม่ให้กีดขวางการจราจรมากนัก และยางเส้นนั้นไม่เสียหายก็พอ

(ที่มาของความรู้ : automobile.mweb.co.th)

ประกันภัยรถยนต์ ราคาทุน ถูกที่สุด เหมาะสำหรับรถทุกคัน