วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ยางรถยนต์ กับ การถ่วงล้อ

การถ่วงล้อ ยางรถยนต์

ยางรถยนต์

          ความรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ สำหรับท่านที่สนใจนะครับ ยางรถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและสำคัญสำหรับรถยนต์ทุกคัน ความนุ่มนวลสะดวกสบาย ที่สำคัญความปลอดภัยของท่านและคนที่ท่านรัก นอกจากนั้นยังรวมถึงเงินในกระเป๋าของท่านด้วย การเรียนรู้จะทำให้เราได้รับประโยชน์นานัปการ วันนี้ผมขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับ การถ่วงล้อ ไปติดตามอ่านพร้อมๆ กันเลยนะครับ

          ทำไมเราจึงต้องถ่วงล้อ
          ล้อรถไม่ว่าจะผลิตออกมาใหม่หรือใช้ไปแล้ว จะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ น้ำหนักที่ไม่สมดุลย์เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงได้ ลักษณะที่เกิดขึ้นของล้อที่ไม่สมดุลย์คือ มีอาการสั่นขึ้นลง และสั่นแบบซ้ายขวาอย่างแรง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ยาง ล้อ เพลา สึกหรอ นอกจากนี้ระบบคันส่งสะเทือน เมื่อระบบนี้สะเทือนมากจะหลวม ทำให้เสียการทรงตัว

          ลักษณะของการไม่สมดุลย์
          1. การไม่สมดุลย์แบบสแตติค คือเมื่อเรานำล้อติดบนแกนแนวระดับ จุดที่หนักจะหมุนลงต่ำ เมื่อรถวิ่งจะเกิดมีแรงหนีศูนย์กลาง F กระทำที่จุดไม่สม่ำเสมอ ถ้าจุดไม่สม่ำเสมออยู่ล่างแรงก็จะลงล่าง ถ้าจุดไม่สม่ำเสมออยู่บน แรง F ก็จะดึงขึ้น อาการเช่นนี้จะทำให้ล้อเต้นขึ้นลง
          2. ถ้าในกรณีที่จุดไม่สม่ำเสมอ อยู่นอกเส้น A-B มันจะเกิดแรงบิดรอบจุดปลาย ถ้าจุดไม่สมดุลย์อยู่ล่าง (รูปที่ 2) แรงบิดจะหมุนทวนเข็มนาฟิกา ถ้าจุดไม่สมดุลย์อยู่บน แรงบิดจะหมุนตามเข็มนาฟิกา จะเห็นว่าเมื่อล้อหมุนไป แรงบิดนี้จะทำให้ล้อส่ายไปส่ายมา ถ้าแบบสแตติกสมดุลย์ ลักษณะแบบไดนามิคอาจจะไม่สมดุลย์ก็ได้ ดังเช่นรูปที่ 3 ถ้าเราเติมน้ำหนักชิ้นหนึ่ง ที่เท่ากับน้ำหนักของจุดที่ไม่สมดุลย์ ติดไว้ที่ฝั่งตรงกันขาม 180° เราจะได้ล้อที่สมดุลย์แบบสแตติก ถ้าล้อหมุนจะเกิดแรงบิดทั้งหมดเป็น F X b

          วิเคราะห์ปัญหาที่เกี่ยวข้อง
          1. ด้านความเร็ว  ที่ความเร็วเป็น 60 กม./ชม. แรงที่เกิดขึ้นเท่ากับ 27.2 กก. ถ้าความเร็วเพิ่มเป็นสองเท่า หรือ 120 กม./ชม. แรงที่เกิดขึ้นจะเป็น 27.2 X 22 = 108.8 ก.ก. จากตัวเลขนี้จะเห็นว่าผลของการไม่สมดุลส์จะมีค่ามากที่ความเร็วสูง ถ้าเราไม่มีระบบทำให้ล้อสมดุลย์ที่ดีได้ เราจะไม่สามารถจะทำให้รถมีความเร็วเช่นปัจจุบันได้    
          2. ด้านการทรงตัว รถยนต์จะมีการทรงตัวที่ดีถ้า H/W มีค่าน้อย วิธีหนึ่งที่จะทำให้ค่านี้น้อย คือลดขนาดของรัศมีของล้อลงจากสูตร F = mv2/r ถ้าเราลด r หรือรัศมีลง แรงจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าเรามีการถ่วงล้อที่ดีแล้ว จะทำให้เราสามารถลดขนาดของรัศมีของล้อได้ ยังผลให้การทรงตัวดีขึ้น
          3. ด้านการเกาะถนน เราทราบว่ายางที่เกาะถนนได้ดีต้องมีหน้ายางที่กว้างตามรูปที่ 4 b เป็นความกว้างของหน้ายางลองพิจารณาแรงบิดที่เกิดขึ้น M=Fbl ถ้าหน้ายาง b โต bl จะโตตามไปด้วย ดังนั้น ถ้าเราเพิ่มหน้ายางให้กว้างขึ้น จะทำให้ล้อส่ายมากขึ้น ถ้าเรามีการถ่วงล้อที่ดีแล้ว จะทำให้เราสามารถใช้ยางที่หน้ายางโตขึ้น ยังผลให้การเกาะถนนได้ดี

          สรุปปัญหา
          ถ้าเรามีการถ่วงล้อที่ดีแล้ว จะสามารถใช้ยางที่มีหน้ากว้างเพิ่มขึ้น รัศมีของยางเล็กลง และใช้ความเร็วได้สูงขึ้น ทั้งสามประการนี้เป็นเหตุผลที่สำคัญกว่าความสุขสบายยิ่งนัก

          ข้อแนะนำ เกี่ยวกับว่าเราจะตรวจสภาพการสมดุลย์ของล้อเมื่อใด
          1. เมื่อน้ำหนักถ่วงหลุดหายไป
          2. เมื่อหน้ายางสึกหรือยางหัวโล้น
          3. เมื่อเกิดการสึกหรอผิดปกติของยางรถยนต์
          4. เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่
          5. เมื่อยางรถยนต์เปลี่ยนตำแหน่ง ข้อระวังคือ ควรจะมีเครื่องหมายทุกครั้งที่ถ่วงล้อหรือถอดยางออก เมื่อใส่ควรจะอยู่ตำแหน่งเดิม
          6. ถ้ายางรถยนต์ปกติควรตรวจทุกปี หรือทุก 15,000 กม.

          วิธีแก้การไม่สมดุลย์ของล้อ
          ในทางปฏิบัติเราจะมีเครื่องมือตรวจการสมดุลย์ ถ้าล้อไม่สมดุลย์ เครื่องจะบอกตำแหน่งว่าเราจะใส่น้ำหนักถ่วงเท่าใด ที่ไหน อย่างชัดเจน ถ้าเครื่องที่ทันสมัย เราจะได้สมดุลส์ทั้งแบบสแตติคและแบบไดนามิค ส่วนน้ำหนักถ่วงนั้นจะเป็นชิ้นตะกั่ว

<<=== ขอขอบคุณ ที่มา : http://www.auto2drive.com ===>>