วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

ยางรถยนต์ กับ การสึกหรอ

การสึกหรอ ของ ยางรถยนต์

ยางรถยนต์

     ยางรถยนต์ คืออุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับรถยนต์ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการขับรถยนต์
     หน้าที่หลักของยางรถยนต์
1.รองรับน้ำหนักทั้งหมดของรถยนต์ พาขับเคลื่อนไปในที่ต่างๆ
2.รองรับพลังการขับเคลื่อน การเกาะถนนบนความเร็วหลายระดับ
3.รองรับระบบเบรค การหยุดรถยนต์บนผิวถนน
4.รองรับระบบพวงมาลัย การเปลี่ยนทิศทางที่ต้องการ
5.รองรับการสั่นสะเทือน ทำหน้าที่คล้ายสปริงช่วยลดแรงกระแทก
     การดูแลยางรถยนต์ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ควบคู่ไปกับการใช้งานที่ถูกต้อง

     ปัจจัยที่มีผลต่อการสึกหรอของยางรถยนต์

1. การเติมลมยางน้อยเกินไป ทำให้อายุยางสั้นลง บริเวณไหล่ยางจะเกิดความร้อนสูง และสึกหรอเร็วกว่าส่วนอื่น ซึ่งอาจทำให้เนื้อยางไหม้และโครงสร้างยางแยกตัวออกจากกัน อันนำไปสู่การบวมล่อนและการระเบิดของยางรถยนต์ นอกจากนี้อาจทำให้โครงยางบริเวณแก้มยางฉีกขาดหรือหักได้ และยังเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันอีกด้วย

2. การเติมลมยางมากเกินไป ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่สัมผัสของหน้ายางกับพื้นถนนลดลงอาจทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่ายและโครงยางอาจระเบิดได้ง่ายเมื่อได้รับแรงกระแทกหรือถูกตำเนื่องจากโครงยางเบ่งตัวตัวเต็มที่เกิดการยืดหยุ่นตัวได้น้อย อายุยางก็จะลดน้อยลงเนื่องจากดอกยางจะสึกบริเวณตอนกลางมากกว่าส่วนอื่นและทำให้ความนุ่มนวลในขณะขับขี่ลดลงอีกด้วย

3. น้ำหนักบรรทุก การบรรทุกน้ำหนักมากเกินไปจะทำให้มีการบิดตัวบริเวณหน้ายางที่สัมผัสกับพื้นผิวถนนมาก ทำให้เกิดความร้อนได้ง่ายและเป้นผลให้มีการสึกหรอของเนื้อยางอย่างรวดเร็ว อายุของยางก็จะสั้นลง

4. ความเร็ว ขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงจะมีแรงเสียดทานและความร้อนที่เกิดขึ้นตามมาด้วยซึ่งจะมีผลต่อความต้านทานต่อการสึกหรอทำให้อายุของยางลดลงไปด้วย

5. การเบรคและการออกตัว ในขณะที่รถยนต์วิ่งอยู่บนถนนจะเกิดแรงเฉื่อยซึ่งมีค่าสูงกว่าความเร็ว ดังนั้น เมื่อเบรคจนล้อรถหยุดหมุนแล้วแรงเฉื่อยของรถจะทำให้ล้อลื่นไถลไปกับพื้นถนนทำให้ยางเกิดการสึกหรอ ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเร็วและระยะในการเบรคเป็นสำคัญ ส่วนการออกตัวอย่างรุนแรงทำให้ล้อหมุนฟรีหน้ายางจะเสียดสีกับพื้นถนนอย่างหนักทำให้ยางสึกหรอเร็วขึ้น

6. สภาพรถยนต์ ช่วงล่างและศูนย์ล้อมีผลอย่างมากกับการสึกหรอที่รวดเร็วหากระบบศูนย์ล้อผิดพลาดไปจากสเปคของรถจะทำให้เกิดแรงเสียดทานและลื่นไถลที่หน้ายางมากกว่าปกติ

7. สภาพผิวถนน ผืวถนนยิ่งราบเรียบมาก ยางก็จะยิ่งสึกหรอช้าใช้งานได้นานกว่าการขับรถยนต์บนถนนที่ขรุขระเพราะความต้านทานต่อการหมุนบนถนนเรียบมีน้อยกว่ายางจึงเสียดสีกับผิวถนนเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยแรงที่น้อยกว่านอกจากนี้ลักษณะเส้นทางก็มีผลเช่นกัน การขับขี่บนทางตรงจะเกิดการสึกหรอช้ากว่าการขับขึ้นเขาหรือขับบนถนนที่คดเคี้ยว

8. สภาพภูมิอากาศ ยางรถยนต์มีส่วนผสมหลักเป็นยางธรรมชาติจึงทนต่ออุณหภูมิสูงได้น้อยกว่ายางสังเคราะห์ ดังนั้น หากยางเกิดความร้อนมากขึ้น จากการใช้งานก็จะยิ่งส่งผลต่อการสึกหรอที่รวดเร็วขึ้น