วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ราคาถูก

ราคายางรถยนต์

ยางรถยนต์ราคาถูก

          ราคายางรถยนต์นั้น องค์ประกอบจะถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับ
1.คุณภาพของยางรถยนต์ ยางรถยนต์แต่ละค่าย แต่ละยี่ห้อ คุณภาพและราคายางรถยนต์แตกต่างกัน
2.ตัวแทนจำหน่าย ร้านขายยางรถยนต์ทั่วๆ ไป ย่อมตั้งราคายางรถยนต์ขายปลีกแตกต่างกัน

          อายุการใช้งานยางรถยนต์ แต่ละคัน ย่อมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและการดูแลยางรถยนต์ ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระยะทางที่ใช้ รถบ้านโดยทั่วๆ ไป อายุการใช้งานจะมากกว่า 1 ปี บางรถยนต์คันที่ใช้งานน้อย อายุการใช้งาน 4-5 ปี ก็มี ดังนั้น อายุการใช้งานยางรถยนต์แต่ละคันจะไม่เท่ากัน

          ราคายางรถยนต์ เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อยางรถยนต์ สำหรับท่านที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี ก็คงต้องข้ามองค์ประกอบข้อนี้ไป แต่...เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่ เป็นคนชั้นกลาง ฐานะทางเศรษฐกิจปานกลาง คงต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในครัวเรือน "เศรษฐกิจพอเพียง" ตามคำสอนของพ่อหลวง ราคายางรถยนต์จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการตัดสินใจเลือกซื้อยางรถยนต์

"จะถูก จะแพง แดงไว้ก่อน"
คงใช้กับ ยางรถยนต์ ไม่ได้ เพราะยางรถยนต์ส่วนใหญ่ สีดำ 5 5 5

          ร้านจำหน่ายยางรถยนต์ ก็มีหลายเกรด ร้านหรูหน่อย ราคายางรถยนต์ก็แพงตามความหรูหรา ร้านเล็กหน่อย อุปกรณ์ในการให้บริการไม่ครบครัน ราคายางรถยนต์ก็น่าจะถูกกว่าร้านที่มีอุปกรณ์มาตรฐานครบเครื่อง

          ดังนั้น หัวใจของการเลือกหาซื้อยางรถยนต์ คือ
          1.ยางรถยนต์ราคาถูก
          2.มีอุปกรณ์มาตรฐานในการให้บริการครบวงจร อาทิเช่น เครื่องมือในการยกรถ เครื่องมือในการถอด-ใส่ล้อ เครื่องมือในการถอด-ใส่ยาง เครื่องถ่วงล้อ ยันไปถึงเครื่องมือในการตั้งศูนย์ล้อรถยนต์ เดี๋ยวนี้คงต้องรวมไปถึงเครื่องเติมลมไนโตรเจนฃ
          3.บริการหลังการขาย  การสลับยางรถยนต์ อะไหล่ และ บริการฟรีครบวงจร ตลอดอายุการใช้งาน

          หาไม่ได้ง่ายๆ นะ ร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่มีอุปกรณ์ให้บริการครบวงจร ยางรถยนต์ราคาถูก และบริการหลังการขาย ฟรีครบวงจร ตลอดอายุการใช้งาน
มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ



วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ราคาถูกที่สุด

ยางรถยนต์ราคาถูกที่สุด

ยางรถยนต์
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>ยี่ห้อเดียวกัน ซีรีย์เดียวกัน เราถูกกว่าที่อื่น แน่นอน!
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>ยางรถยนต์ของเรารับประกันความใหม่ไม่เก่าเก็บ
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>ซื้อจากเราไปแล้ว ร้านอื่นขายถูกกว่าเรายินดีคืนส่วนต่าง
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>ซื้อจากเราไปแล้ว ไม่ถูกใจ ยินดีคืนยาง-คืนเงิน ภายใน3วัน
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>การบริการของเรา ก่อน-ระหว่าง-หลัง การขาย เรากล้าการันตี
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>อุปกรณ์มาตรฐานครบวงจรในการให้บริการ
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>ไม่ได้ขายแต่ยางรถยนต์ เราให้ความรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ FREE
ยางรถยนต์ราคาถูก>>>>โทรหาเราแล้วท่านจะไม่ผิดหวัง  082-xxxxxxx

ติดต่อ สอบถามราคา Click ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-หมดอายุ

อายุการใช้งาน-ยางรถยนต์

ยางรถยนต์

          ยางรถยนต์ กับ อายุการใช้งาน มีแต่การบอกเล่าต่อๆ กันมา ใช้ได้ไม่เกิน 40,000 Km บ้าง ไม่เกิน 1 ปี บ้าง    ความเป็นจริง ไม่มีบริษัทผลิตยางรถยนต์กำหนดอายุการใช้งานยางรถยนต์แบบตายตัวครับ มันขึ้นอยู่กับสภาพที่นำเอาไปใช้งาน ข้อมูลเกี่ยวกับยางรถยนต์ ทั้งในและต่างประเทศ บอกว่า..

  ยางรถยนต์สามารถใช้งานได้จน...
ดอกยางสึกเหลือความลึกของร่องดอกยางประมาณ 1.6 มิลลิเมตร

(1.6 มิลลิเมตร ประมาณก้านไม้ขีดแนวนอน) โดยไม่มีการกำหนดระยะทาง หรือระยะเวลาที่หมดอายุตายตัว ว่าใช้ได้กี่ปี ได้กี่กิโลเมตร ยางรถยนต์แต่ละเส้น จะมี "สะพานยาง" (Tread Wear Indicators) คือ ปุ่มยางสูงประมาณ 1.6 มิลลิเมตรอยู่ในร่องดอกยางบนหน้ายางรถยนต์ ให้สังเกตุดูที่รอบๆ แก้มยางรถยนต์จะมีเครื่องหมายรูปสามเหลี่ยม ชี้จุด สะพานยาง บนหน้ายางรถยนต์ ถ้าดอกยางอยู่ในระดับเดียวกับสะพานยาง ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ได้แล้วครับ

จะรู้ได้อย่างไรว่า...ยางรถยนต์เราหมดสภาพการใช้งาน

1.ประเมินด้วยสายตา
-ดู"สะพานยาง"(Tread Wear Indicators) ความลึกของร่องดอกยางไม่ควรต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร
-ดูโครงสร้างยางรถยนต์ว่าผิดรูปหรือไม่? ยางบวม ยางบิด ยางเบี้ยว หรือเปล่า?
(หมายเหตุ>>>ยางรถยนต์บางยี่ห้อ ใช้ไปหลายหมื่นKm ดอกยางสึกน้อยมาก ต้องดู Treadwear ประกอบด้วยครับ)

2.ประเมินด้วยความรู้สึก
2.1 เสียง เวลาที่เรานั่งอยู่ในรถยนต์ขณะเคลื่อนที่ เสียงหน้ายางบดกับถนนเริ่มดังรบกวนผิดปกติ
2.2 ความนุ่มนวล การโยน การให้ตัวของรถยนต์ ขณะเข้าทางโค้ง หรือขึ้นสะพาน เริ่มไม่นุ่มนวลเหมือนเดิม

ยางรถยนต์ ควรตรวจสอบความดันลมอย่างสม่ำเสมอ

มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ

ยางรถยนต์ ราคาถูก Click ตรงนี้  

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ยางมือสอง

ยางมือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์

ยางรถยนต์


           ยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ คือยางที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว สำหรับท่านที่มีฐานะทางการเงินดีคงไม่ใช้บริการ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับท่านที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษารถยนต์  ยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ บ้านเรามีจำหน่ายกันมานานมากแล้ว นานาอารยประเทศก็มีจำหน่ายเฉกเช่นเดียวกัน
          -ที่มาของ  ยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ บ้านเรามีหลายรูปแบบ ส่วนหนึ่งมาจากผู้ใช้รถยนต์ที่มีฐานะทางการเงินดี ซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดง แต่ไม่ถูกใจสเปคยางรถยนต์ที่ติดรถใหม่ป้ายแดงมา จึงเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่สเปคที่ตนเองถูกใจ อีกส่วนหนึ่งเป็นธุรกิจนำเข้ายางรถยนต์มือสองจากต่างประเทศโดยตรง เนื่องจากการตรวจสอบสภาพรถยนต์ในบางประเทศ ตรวจสอบสภาพของยางรถยนต์ด้วย แต่บ้านเรายังไม่เข้มงวดขนาดนั้น
          -แหล่งจำหน่าย  ยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ ตามร้านจำหน่ายยางรถยนต์ทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีจำหน่ายเกือบทุกร้าน ร้านจำหน่ายยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะ อีกทางเลือกหนึ่ง คือ โกดังเก็บยางยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
         
          -วิธีการเลือกซื้อ  ยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ ก่อนอื่นท่านจะต้องทราบขนาดของยางรถยนต์ที่ท่านต้องการใช้ และดูรหัสบนแก้มยางเป็น

          สิ่งที่ควรสังเกตุ มีดังต่อไปนี้
1. ดูว่า ยางรถยนต์มีแผลปะมาหรือเปล่า?
2. ดูว่าเนื้อยางรถยนต์ แข็งหรือยัง ใช้เล็บจิกดอกยางและใช้นิ้วกดแก้มยาง พอที่จะประมาณได้
3. ดูวันเดือนปีที่ผลิต จะได้รู้อายุของยางรถยนต์ ว่าผลิดมาตั้งแต่เมื่อใด
4. ดูความลึกของดอกยาง ดอกยางยังสูง ก็จะใช้ต่อไปได้อีกนาน ให้ดู "สะพานยาง" ด้วย

5. ดูรูปโครงสร้างยางรถยนต์ว่าผิดรูปหรือไม่? ยางบวม ยางบิด ยางเบี้ยว หรือเปล่า?                        

          สุดท้าย ประเมินราคาว่า สมน้ำสมเนื้อ กับการนำไปใช้งานต่อหรือไม่?                            

          อีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับ  ยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ คุณภาพดี คือ โกดังเก็บยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ท่านลองใช้ความสามารถสืบเสาะค้นหาดู คงไม่ยากเกินความสามารถ ท่านจะต้องมีเวลาในการไปคัดเลือกยางในโกดัง เหนื่อยหน่อย แต่ได้ ยางรถยนต์มือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ คุณภาพดี คุ้มค่า คุ้มราคา แน่นอนครับ.

 มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ
        
ยางรถยนต์ ราคาถูก Click ตรงนี้  
ยางรถยนต์ ราคาถูก Click ตรงนี้  
ยางรถยนต์ ราคาถูก Click ตรงนี้  

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-รหัสยางรถยนต์

รหัส บนยางรถยนต์

ยางรถยนต์
         
ยางรถยนต์ โดยทั่วไป รหัสบนแก้มยางรถยนต์จะบ่งบอกอะไรหลายๆ อย่าง
พื้นฐานที่เราสามารถรับรู้ได้ คือ ขนาด และ วันผลิต

ยางรถยนต์
Code ยางรถยนต์
185 คือ ความกว้างของยาง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร 
75 คือ ความสูงของแก้มยาง เท่ากับ 75% ของความกว้างยาง 
R คือ ชนิดของยาง ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเรเดียลเกือบทั้งหมด 
14 คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางล้อ หน่วยเป็นนิ้ว
82 พิกัดรับน้ำหนักบรรทุก
s พิกัดอัตราความเร็ว

          ความกว้างของยาง หมายถึงความกว้างสูงสุดระหว่างแก้มซ้าย-แก้มขวา
          ความสูงของแก้มยาง
โดยทั่วไปเราเรียกกันว่า " ซีรีย์ " เช่น ซีรีย์60 สูง 60%ของความกว้างยาง
          เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ
โดยทั่วไปเราเรียกกันว่า " ขอบ " เช่่น ยางขอบ 15 ใส่กับล้อ ขอบ 15
          พิกัดรับน้ำหนักบรรทุก กับ พิกัดอัตราความเร็ว ดูตามตารางด้านล่างครับ

ยางรถยนต์
Code วันผลิด ยางรถยนต์ 
หาดูดีดี ยางส่วนใหญ่จะบอกไว้
รหัส >>>>> (4202) หมายถึง ผลิตเมื่อ สัปดาห์ที่ 42 ของปี 2002
ตัวเลข คู่แรก คือ สัปดาห์ที่ 42 คู่หลัง คือ ปี 02
ยางรถยนต์
          จุดสีเหลืองนี้ เรียกว่าจุด weight mark ซึ่งผู้ผลิตยางรถยนต์ จะทำเครื่องหมายด้วยการแต้มสีลงบนส่วนที่เบาที่สุดของยาง เพื่อให้ช่างทราบว่า ส่วนใดมีน้ำหนัดเบาที่สุด บนยางรถยนต์เส้นนี้ และก็ควรใส่ยางโดยเอาจุ๊บลม (ซึ่งมีน้ำหนักถ่วง) ให้ตรงกับจุดสีเหลืองนั้น เพื่อที่จะได้เกิดความสมมาตรมากที่สุด เวลาที่ถ่วงล้อ
          การผลิตยางรถยนต์แต่ละเส้น แต่ละล๊อตเป็นไปไม่ได้ที่น้ำหนักยางจะคงที่เท่ากันทั้งหมด จุดสีเหลือง จึงเป็นเรื่องที่เราควรทราบ และ ช่างก็ควรทราบ จะได้ไม่เปลืองตะกั่วถ่วงยางมากเกินไป แต่เมื่อใด ที่เห็นจุดสีแดงปรากฏอยู่บนแก้มยางรถยนต์ด้วย ให้ลืมจุดสีเหลืองไปได้เลย แล้วยึดจุดสีแดงแทนครับ

ตารางพิกัดความเร็วและน้ำหนักบรรทุกของยางรถยนต์

ความหมายของตัวเลขและตัวอักษรบนแก้มยางรถกระบะ มีลักษณะดังนี้
195R14C 8PR

195 คือ ความกว้างยางรถยนต์ มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
R    คือ โครงสร้างยางแบบเรเดียล
14  คือ เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว
C    คือ ยางที่ใช้เพื่อการขนส่ง (มาจากคำว่า commercial)
8PR คือ อัตราชั้นผ้าใบเทียบเท่า 8 ชั้น
(ในส่วนของซีรีส์ ถ้าไม่ได้ระบุ คือ ซีรีส์ 80)

ความหมายของตัวเลขและตัวอักษรบนแก้มยางรถขับเคลื่อน 4 ล้อ มีลักษณะดังนี้
31x10.5R15

31     คือ เส้นผ่าศูนย์กลางยางรถยนต์ มีหน่วยเป็นนิ้ว
10.5 คือ ความกว้างยาง มีหน่วยเป็นนิ้ว
R      คือ โครงสร้างยางแบบเรเดียล
15    คือ เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว

 มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ลมยางไนโตรเจน

ลมยาง-ไนโตรเจน

เครื่องเติมลมยางรถยนต์ไนโตรเจน
          ในช่วงหลายๆ ปีให้หลังมานี้ การเติมลมยางรถยนต์ด้วยไนโตรเจนค่อนข้างเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และแพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มผู้ใช้รถที่สนใจในนวัตกรรมใหม่ แต่ข้อดีและข้อเสียที่แท้จริงของการเติมลมยางรถยนต์ด้วยไนโตรเจนยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับหลายๆ คน แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติมลมยางรถยนต์ด้วยไนโตรเจนถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและน่าสนใจ
          เนื่องจากปกติการเติมลมไนโตรเจนเราจะพบได้แถวๆ ท่าอากาศยานหรือสนามแข่งเอฟวันเชียวนะ นั่นเท่ากับเป็นการการันตีถึงคุณภาพของมันได้เป็นอย่างดี ไทยรัฐออนไลน์ขออาสาสรุปข้อดีปนข้อเสียของการเติมลมไนโตรเจนในยานยนต์ที่คลุกคลีอยู่กับเราในทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อจะเป็นตัวช่วยให้คุณๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าการเติมลมยางรถยนต์ครั้งต่อไปควรเลือกแบบไหนกันดี

          ข้อดีมีมากมายแล้วแต่ใครจะสนใจ

     1.ไนโตรเจนสามารถรักษาสภาวะอุณหภูมิของตัวเองได้ค่อนข้างดี ทำให้ยามที่ต้องใช้รถระยะทางไกลค่อนข้างมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่ายางรถยนต์จะไม่ระเบิดเพราะแรงดันและความร้อนที่มากจนเกินรับไหว แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย เพราะสภาพของยางเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดนะจะบอกไว้
     2. ในทางวิทยาศาสตร์เขาว่ากันว่าไอ้เจ้าไนโตรเจนเนี่ยมันมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นการที่มันจะซึมออกมาจากยางรถยนต์จึงค่อนข้างยากกว่า ทำให้ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบลมยางรถยนต์บ่อยๆ จากอาทิตย์ละครั้ง อาจกลายเป็นเดือนละครั้ง มันจึงเหมาะสมกับคุณสุภาพสตรีนักขับซะจริงเชียว
     3.เมื่อมันมีแรงดันและอุณหภูมิภายในยางค่อนข้างคงที่อย่างเหมาะสมยาวนานกว่าเดิม ทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อัตราการสวาปามน้ำมันจะลดลงตามไปด้วย เพราะโดยปกติเมื่อลมยางอ่อนลง การหมุนของล้อจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ในขณะที่อุณหภูมิก่อให้เกิดแรงเสียดทาน ทำให้เครื่องยนต์ต้องแบกภาระและเป็นสาเหตุให้รถเกิดอาการซดน้ำมัน
     4. การสั่นสะเทือนลดลง หรือนุ่มขึ้นตามภาษาชาวบ้าน เพราะไนโตรเจนมีการขยายตัวน้อยกว่าทำให้เมื่อล้อหมุนเป็นระยะทางไกล ไนโตรเจนยังรักษาระดับแรงดันไม่ให้ขยายตัวดันจนยางรถยนต์แข็งเกินไป
     5. ยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ได้มากขึ้น เนื่องจากไนโตรเจนไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับเนื้อยาง
ซึ่งเป็นสาเหตุของการผุกร่อนและเสื่อมสภาพ ทำให้ยางรถยนต์สามารถอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ยืนยาวกว่าเดิม

          ข้อเสียย่อมมีอยู่จริง

     1. การเติมลมยางรถยนต์ไนโตรเจนแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก ราคาหลักร้อยจนถึงหลายร้อยบาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องเติมลมของแต่ละร้านที่ให้บริการ ยิ่งทันสมัยมากยิ่งราคาแพง
     2. ร้านที่ให้บริการยังค่อนข้างหายากมาก และแต่ละร้านอยู่ห่างไกลกัน ทำให้ในบางครั้งต้องใช้เวลาในการเดินทางไปยังร้านต้องมีเวลาเหลือเฟือทีเดียวเพื่อนำรถไปเติมลมยางรถยนต์ ซึ่งข้อนี้ต่างจากการเติมลมแบบเดิมที่สามารถหาเติมได้ตามปั๊มน้ำมันทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
     3. บางครั้งเครื่องเติมลมไนโตรเจนของร้านอาจไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถแยกออกซิเจนออกจากไนโตรเจนได้ทั้งหมด ทำให้เกิดการปะปนเข้าไปข้างในยาง ทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ในขณะที่เราต้องเสียค่าบริการเต็มๆ

          ทุกสิ่งบนโลกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่าจะเต็มใจมองเห็นข้อไหนมากกว่ากัน เมื่อตัดสินใจกันได้แล้ว ในการเติมลมครั้งต่อไปก็เลือกตามอัธยาศัยกันได้เล๊ยยยย..
               
         ( ที่มา>>>>http://www.thairath.co.th/content/life/275760 )

มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ


วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-สลับยางรถยนต์

การสลับยางรถยนต์


          การสลับยางรถยนต์ สำคัญสำหรับการดูแลยางรถยนต์ ยืดอายุการใช้งาน รวมทั้งใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราสามารถเลือกที่จะสลับยางรถยนต์ด้วยตนเองได้ แต่...ในปัจจุบันร้านขายยางรถยนต์ส่วนใหญ่มีบริการหลังการขาย สลับยางรถยนต์ให้ฟรี
          โดยปกติคุณสามารถตรวจได้ว่ายางรถยนต์ของคุณควรทำการสลับยางรถยนต์ทุกกี่กิโลเมตรจากคู่มือรถของคุณ แต่หากไม่มี คุณอาจทำการสลับทุก 10,000 กิโลเมตรสำหรับรถทั่วไป และ 4,000 กิโลเมตรสำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ

          รถแต่ละประเภทจะมีการสึกหรอแตกต่างกัน
          การสลับยางรถยนต์นั้น มีเหตุผล เพื่อให้การสึกหรอของดอกยางรถยนต์ในส่วนของล้อด้านหน้าและล้อด้านหลัง มีการสึกหรอที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งรถแต่ละประเภท จะมีการสึกหรอของยางที่แตกต่างกันไป ตามการขับเคลื่อนของล้อ

          รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า (FRONT WHEEL DRIVE) ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนของรถ การสึกหรอของยางรถยนต์ในคู่หน้าจะมีมากกว่ายางรถยนต์คู่หลังโดยเฉลี่ย 2-3 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากภาระต่าง ๆ จะตกอยู่ที่ด้านหน้าเป็นส่วนมาก ทั้งระบบขับเคลื่อนให้ล้อเสียดสีกับพื้นถนนขับเคลื่อนไปข้างหน้า การบังคับทิศทางการเลี้ยวก็ตกอยู่ที่ด้านหน้า รวมถึงการเบรกหยุดความเร็วรถ
          หากไม่ทำการสลับยางรถยนต์ตามกำหนดระยะเวลา ผลที่จะตามมาคือ เรื่องของการสึกหรอของยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้นจะไม่เท่ากัน และจะส่งผลไปถึงเรื่องของการผิดปรกติของศูนย์รถที่ไม่สมดุล นอกจากนี้ การสึกหรอของยางรถยนต์ที่ไม่เท่ากันมาก ๆ เรื่องของการเบรกดึงซ้ายหรือดึงขวาไปด้านใดด้านหนึ่ง ก็เกิดจากสาเหตุของยางรถยนต์ประการหนึ่งเช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้หากเกิดขึ้นขณะใช้ความเร็วสูง ๆ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

ยางรถยนต์
          (รูปที่ 1) การสลับยางรถยนต์ที่ดี ควรทำการสลับยางรถยนต์ทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร โดยในการสลับยางรถยนต์ครั้งแรกจะทำการสลับยางรถยนต์ในลักษณะเปลี่ยนยางรถยนต์จากล้อหลังมาไว้ล้อหน้า และเปลี่ยนยางรถยนต์จากล้อหน้าไปไว้ล้อหลัง ซึ่งในการเปลี่ยนสลับยางรถยนต์จะทำการสลับเป็นฝั่งไป คือ ยางรถยนต์หน้าฝั่งซ้าย สลับกับยางรถยนต์หลังฝั่งซ้าย และยางรถยนต์หน้าฝั่งขวา สลับกับยางรถยนต์หลังฝั่งขวา

          ที่สำคัญ หลังการสลับยางรถยนต์เสร็จสิ้นใน 10,000 กิโลเมตรแรก ควรทำการถ่วงล้อทั้ง 4 ล้อ ตรวจเช็กสภาพของผ้าเบรกว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ปรกติ ตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจวัดระดับน้ำมันเบรกในกระปุกปั๊ม ตรวจสอบช็อกแอบซอร์เบอร์ และลูกหมาก ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ ตรวจเช็กศูนย์ล้อ รวมถึงเรื่องของการอัดจาระบีดุมล้อ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของระบบช่วงล่าง

ยางรถยนต์
           (รูปที่ 2) หลังจากใช้งานยางรถยนต์ต่อไปจนถึง 20,000 กิโลเมตร หรือครบรอบอีก 10,000 กิโลเมตร การสลับยางรถยนต์ครั้งนี้ จะแตกต่างจากการสลับยางรถยนต์ใน 10,000 กิโลเมตรแรก ซึ่งวิธีการสลับยางจะเป็น ลักษณะไขว้ โดยจะทำการเปลี่ยนยางรถยนต์ล้อขวาหน้าไปไว้ล้อหลังซ้าย ยางรถยนต์ล้อหลังซ้ายสลับแทนที่ยางรถยนต์ล้อหน้าขวา ส่วนยางรถยนต์ล้อหน้าซ้ายจะเปลี่ยนสลับกับยางรถยนต์ล้อหลังขวา
           ซึ่งในการเปลี่ยนสลับยางรถยนต์ครั้งนี้ สิ่งที่ต้องสังเกต คือ ทิศของหน้ายางรถยนต์ หรือลูกศรบอกตำแหน่งของยางรถยนต์อยู่ในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ ในกรณีที่สลับยางรถยนต์แล้วลายดอกยางย้อนศร อันนี้ต้องให้ร้านยางรถยนต์ทำการกลับด้านยางรถยนต์ให้ถูกต้อง
          *** หลังจากนั้นให้ทำการตรวจเช็กร่วมเช่นเดียวกับ 10,000 กิโลเมตรแรก ในทุกครั้งที่ทำการสลับยางรถยนต์


ยางรถยนต์

          (รูปที่ 3) เมื่อเข้าถึง 30,000 กิโลเมตร การสลับยางรถยนต์จะเป็นดังเช่นการสลับยางรถยนต์ในครั้งแรกสลับยางรถยนต์ล้อหน้าซ้ายไปไว้ล้อหลังซ้าย และล้อหน้าขวาสลับยางรถยนต์กับล้อหลังขวา เหตุผลที่ต้องทำการสลับยางรถยนต์ในลักษณะเช่นนี้ เพื่อให้ยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้นมีการสึกหรอที่เท่าเทียมกัน เนื่องจากยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้นมีการสลับครบทุกด้าน ซึ่งยางรถยนต์แต่ละล้อจะรับภาระที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ยางรถยนต์หน้าขวา นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนรถให้เลื่อนไหล ล้อหน้าขวาจะอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับด้านคนขับ ภาระที่เพิ่มขึ้น คือ เรื่องของการรับน้ำหนักคนขับพ่วงเข้าไปด้วย เป็นต้น

ยางรถยนต์
            (รูปที่ 4) เมื่อถึง 40,000 กิโลเมตร การสลับยางรถยนต์ก็จะเป็นดังเช่น การสลับยางรถยนต์ในช่วง 20,000 กิโลเมตร ที่จะทำการสลับยางในลักษณะไขว้กัน โดยยางรถยนต์ล้อหน้าขวาจะสลับกับยางรถยนต์ล้อหลังซ้าย ยางรถยนต์ล้อหลังซ้ายก็เปลี่ยนสลับแทนที่ยางรถยนต์หน้าขวา และยางรถยนต์ล้อหน้าซ้ายเปลี่ยนสลับกับยางรถยนต์ล้อหลังขวา ยางรถยนต์ล้อหลังขวาก็เปลี่ยนไปแทนที่ยางรถยนต์ล้อหน้าซ้าย หลังจากนั้นก็ให้ทำการตรวจเช็กหน้ายางรถยนต์ว่าย้อนศรหรือไม่
          ในกรณีที่ไม่ทราบว่าใส่ยางรถยนต์ย้อนศรหรือไม่ วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ ให้สังเกตที่แก้มยางรถยนต์ในบางรุ่นจะมีลูกศรชี้บอกทิศของการใส่ยางรถยนต์ไปด้านหน้า และในกรณีที่ยางรถยนต์ไม่มีลูกศรบอกทิศ ให้สังเกตที่วันผลิตซึ่งจะบอกไว้ที่แก้มยางรถยนต์  ให้ด้านตัวเลขบอกวันผลิตของยางรถยนต์หันออกด้านนอกเสมอ นั่นคือ ด้านยางที่ถูกต้อง

(((( ที่มาของความรู้>>> นิตยสารรถวันนี้ ))))

มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ดูแลยางรถยนต์

การดูแล ยางรถยนต์

ยางรถยนต์
           ยางรถยนต์ เป็นอุปกรณ์ที่มีสำคัญส่วนหนึ่งของรถยนต์ ให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ขับเคลื่อนไปในทิศทางต่าง ๆ ด้วยความนุ่มนวลในการขับขี่ ยางรถยนต์ได้รับการพัฒนามาโดยตลอดด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพ  ประสิทธิภาพ  สมรรถนะสูงควบคู่ไปกับเทคโลโลยียานยนต์สมัยใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างสูดสุด

          ยางรถยนต์  เมื่อถูกใช้งานก็ย่อมสึกหรอไปตามระยะทางและระยะเวลาในการใช้งาน การดูแลรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง  จะช่วยให้การใช้ยางรถยนต์เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน ในทางกลับกันหากขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้องถูกวิธีและใช้อย่างขาดความระมัดระวัง ยางรถยนต์ก็อาจได้รับความเสียหายไปก่อนที่ยางรถยนต์จะหมดอายุดการใช้งานตามปกติ ถึงแม้ผู้ผลิตจะผลิตยางรถยนต์ออกมาให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพดีเพียงใดก็ตาม หากผู้ใช้ ใช้ยางรถยนต์ไม่ถูกต้องแล้ว จะทำให้ได้รับประสิทธิภาพยางรถยนต์ไม่เต็มที่และทำให้ยางรถยนต์เสียหายก่อนกำหนด ดังนั้นยางรถยนต์จะให้ประโยชน์คุ้มค่าทุกด้านอย่างเต็มที่ขึ้นอยู่กับการใช้ยางรถยนต์ที่ถูกต้อง สำหรับการใช้ยางรถยนต์ที่ถูกต้องขอแนะนำดังนี้

          11 ข้อน่ารู้ สำหรับยางรถยนต์ (ที่มา http://www.goodyear.co.th)

1. ยางรถยนต์ ที่ใช้อยู่ควรจะเติมลมกี่ปอนด์ ?
          การเติมลมยางรถยนต์ให้ได้อัตราที่ถูกต้อง คือสิ่งสำคัญ และจำเป็นที่สุดของการดูแลรักษายางรถยนต์ ยางรถยนต์ที่ใช้อยู่ควรสูบลมให้ได้ตามอัตราสูบลมที่โรงงานผู้ผลิตรถยนต์ได้กำหนดไว้ โดยปกติแล้วอัตราเติมลมที่ถูกต้อง และเหมาะสมสำหรับรถแต่ละชนิด ที่โรงงานผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้นั้น จะระบุไว้ในแผ่นโลหะ หรือสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้บริเวณสันประตู หรือเสากลางข้างตัวรถ หรือติดไว้ในช่องเก็บของภายในรถ นอกจากนั้น ยังมีระบุไว้ในหนังสือคู่มือการใช้รถอีกด้วย
          แต่หากท่านมิได้ใช้ยางรถยนต์ขนาดเดียวกันกับยางที่ติดรถมา ท่านควรขอคำแนะนำเกี่ยวกับอัตราสูบลมยางที่เหมาะสมจากโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ หรือร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ได้มาตราฐาน
          ยางอะไหล่ ท่านควรเติมลมไว้ให้มากกว่ามาตราฐาน 3-4 ปอนด์ และลดลงให้กลับสู่อัตราปกติ เมื่อนำไปใช้

2. การใช้ลมอ่อนเกินไป จะมีผลอย่างไรต่อยางรถยนต์ที่ใช้อยู่ ?
          การใช้ยางรถยนต์ที่สูบลมไว้ต่ำกว่าอัตราที่เหมาะสมถูกต้อง หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า ลมอ่อนเกินไปนั้น นับเป็นศัตรูตัวสำคัญต่ออายุการใช้งานของยางทีเดียว อีกทั้งยังจะส่งผลเสียอย่างมากต่อยางที่ใช้อยู่ กล่าวคือ ในขณะรถวิ่ง ยางรถยนต์จะเกิดความร้อนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมากกว่าที่ควรจะเป็น ความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักจะลดน้อยลงกว่ามาตราฐาน และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น

3. ควรตรวจเช็คลมยางรถยนต์เมื่อไร ?
          ท่านควรตรวจเช็คลมยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอประมาณอาทิตย์ละครั้ง หรือทุกครั้งก่อนเดินทางในขณะที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่ กล่าวคือวิ่งมาไม่เกิน 1.5 – 2.0 กิโลเมตร เพราะขณะที่รถวิ่งนั้น ความดันลมในยางรถยนต์จะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากท่านทำการตรวจเช็คอัตราลมในขณะนั้น ก็จะได้ค่าที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น จึงควรตรวจเช็คอัตราลมในขณะที่ยางรถยนต์ยังไม่ร้อน หรือประมาณ 2-3 ชั่วโมงหลังการใช้งาน
          ท่านไม่ควรใช้วิธีสังเกตด้วยตาว่า ลมยางรถยนต์ของท่านอ่อนเกินไปหรือยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยางรถยนต์ที่ท่านกำลังใช้อยู่เป็นยางเรเดียยล ท่านควรตรวจเช็คลมโดยให้เกจ์วัดลมที่ได้มาตราฐาน ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากห้างสรรพสินค้า หรือตามร้านจำหน่ายยางที่ได้มาตราฐาน

4. ทำไมถึงต้องมีการสลับยางรถยนต์
          วัตถุประสงค์หลักของการสลับยางรถยนต์ ก็เพื่อให้ยางรถยนต์ทุกเส้นมีการสึกที่เท่ากัน ดังนั้นท่านควรศึกษาคู่มือการใช้รถเกี่ยวกับคำแนะนำในการสลับยางรถยนต์ ซึ่งโดยปกติแล้ว ท่านควรสลับยางรถยนต์ทุกๆ 9,000 – 13,000 กิโลเมตร หากรถของท่านเป็นรถใหม่ ท่านควรจะสลับยางรถยนต์ในทันทีที่ท่านใช้รถครบ 10,000 กิโลเมตรแรก
          หากยางรถยนต์เกิดการสึกที่ไม่สม่ำเสมอ ท่านควรรีบปรึกษากับร้านผู้ชำนาญงาน เพื่อตรวจเช็คศูนย์ล้อ ถ่วงล้อ ตลอดจนระบบช่วงล่างโดยทันที
          โรงงานผู้ผลิตรถยนต์ มักจะแนะนำให้เติมลมยางรถยนต์ล้อหน้า และล้อหลังต่างกัน ดังนั้นเมื่อสลับยางรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านก็ต้องปรับระดับความดันลมของยางรถยนต์ล้อหน้า และล้อหลังให้ถูกต้อง

5. ทำไมต้องมีการถ่วงล้อ
          หากเกิดการกระจายน้ำหนักไม่ถูกต้องของยางรถยนต์ และกะทะล้อ จะก่อให้เกิดอาการสั่นสะท้านขึ้นขณะที่รถวิ่ง อันจะมีผลเสียต่ออายุการใช้งานของยางรถยนต์ ระบบช่วงล่างของรถ ตลอดจนความสะดวกสบายในการขับขี่ การถ่วงล้อจะช่วยให้เกิดการกระจายน้ำหนักที่ถูกต้องของยางรถยนต์ และกะทะล้อ ซึ่งการถ่วงล้อก็สามารถกระทำได้ โดยเพิ่มน้ำหนักลงไป ณ จุดใดจุดหนึ่งที่ขอบกะทะล้อ

6. เมื่อไรจึงควรจะถ่วงล้อ
          ยางและกะทะล้อควรส่งเข้ารับการบริการถ่วงล้อในทันทีที่ เมื่อมีการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ เมื่อมีการสลับยางรถยนต์ สลับกะทะล้อ เมื่อนำยางรถยนต์ที่ใช้แล้วมาใส่กะทะล้อที่ใช้อยู่ เมื่อยางรถยนต์แตก และได้รับการปะยางเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมีการถอดยางออกจากกะทะล้อ หรือใส่ยางกลับเข้ากะทะล้อ เมื่อเกิดการสั่นสะท้านขณะที่รถวิ่ง เมื่อเกิดการสึกไม่สม่ำเสมอ ท่านควรส่งรถเข้ารับบริการถ่วงล้อจากร้านยางรถยนต์ที่ได้มาตราฐานเท่านั้น

7. การตั้งศูนย์ล้อคืออะไร
          การตั้งศูนย์ล้อ คือการทำให้ส่วนประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบบังคับเลี้ยว ระบบช่วงล่างล้อ และยางรถยนต์ ทำงานสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้รถวิ่งได้ตรง ไม่ดึงไปทางซ้ายหรือขวา ระบบช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยวของรถนั้น มีชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ที่มีการเคลื่อนไหวขณะรถวิ่ง และย่อมจะมีการสึกหรอเกิดขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปจากสเป็คที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับตั้งศูนย์ล้อเพื่อให้ได้ค่าตามที่กำหนดไว้ในสเป็คของรถ
          นอกจากนั้น ศูนย์ล้อยังขึ้นอยู่กับความสูงของตัวรถกับพื้นถนน และการกระจายน้ำหนักลงบนล้อรถด้วย กล่าวคือ เมื่อรถถูกใช้งานนานขึ้น คอยส์สปริง บุช ลูกยางต่างๆก็เริ่มหมดอายุ ความสูง และการกระจายน้ำหนักของรถก็ผิดไปจากมาตราฐานเดิม อันจะส่งผลให้ศูนย์ล้อผิดพลาดไปจากสเป็ค เมื่อใดก็ตามที่ศูนย์ล้อไม่ถูกต้องตามสเป็ค ล้อรถกับตัวถัง หรือล้อข้างซ้ายกับล้อข้างขวาก็จะไม่เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน อันจะเป็นผลให้รถวิ่งไม่ตรง หรือเกิดอาการแฉลบ หรือพวงมาลัยดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้ยางรถยนต์สึกผิดปกติ

8. ทำไมต้องมีการปรับตั้งศูนย์ล้อ

          เพราะการที่รถมีศูนย์ล้อที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะทำให้ยางรถยนต์เกิดการสึกที่ผิดปกติแล้ว ยังมีผลต่อระบบควบคุมบังคับทิศทางของรถด้วย ดังนั้น หากรถของท่านที่มีอาการผิดปกติในการควบคุมบังคับทิศทางของรถ หรือท่านสังเกตุเห็นว่ายางรถยนต์ที่ใช้อยู่มีลักษณะสึกที่ไม่สม่ำเสมอ หรือผิดปกติ ก็สามารถบ่งชี้ได้ว่าศูนย์ล้อรถของท่านจำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็ค และปรับตั้งศูนย์ล้อแล้ว และแม้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนี้ แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ท่านจะต้องใช้ในการซื้อยางชุดใหม่ ซ่อมแซมช่วงล่าง และที่สำคัญคืออันตราย อันอาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน และชีวิตของท่าน

9. มีคำแนะนำอย่างไร เมื่อต้องการเปลี่ยนยางรถยนต์ชุดใหม่
          ในการเลือกยางรถยนต์สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ประเภทรถยนต์ รถยนต์หนัก รถยนต์เบา สมรรถนะความเร็วรถ ความเร็วปกติ ความเร็วสูง ลักษณะการขับขี่ ขับช้า ขับเร็ว หรือขับเร็วมาก สภาพพื้นผิวถนน ถนนเรียบ ถนนขรุขระ ถนนทราย สภาพภูมิอากาศ ร้อน หนาว ฝนตกชุก ใช้ยางรถยนต์กับกะทะล้อให้ถูกต้องตามที่กำหนดโดยโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ และกะทะที่ใช้จะต้องไม่บิดเบี้ยว หรือเป็นสนิม อย่าเลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่ายางรถยนต์ที่ติดรถมา ทั้งนี้เพราะยางรถยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าย่อมมีประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักบรรทุกได้น้อยกว่า (รวมทั้งน้ำหนักตัวรถด้วย) ฉะนั้น ควรใช้ยางรถยนต์ให้ถูกตามขนาดที่กำหนดโดยโรงงานผู้ผลิต หรือตามคำแนะนำจากร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ชำนาญงานเท่านั้น
          ควรใช้ยางรถยนต์ชนิดเดียวกัน ดอกเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการขับขี่อย่างเต็มที่ ท่านควรตระหนักว่า ยางรถยนต์ต่างชนิดกัน ย่อมมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน และมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย อนึ่ง หากท่านมีความจำเป็นต้องใช้ยางรถยนต์ที่ต่างชนิด หรือดอกยางต่างกัน ก็ควรจะใช้ยางรถยนต์ชนิดหรือดอกเดียวกันในเพลาเดียวกัน
          หากท่านมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ยางรถยนต์ต่างขนาดกัน ให้ใช้ยางรถยนต์ที่มีซีรีส์เท่ากันในเพลาเดียวกัน และให้ใช้ยางรถยนต์ซีรีส์ต่ำกว่าเป็นยางหลัง ส่วนยางรถยนต์ซีรีส์สูงกว่าเป็นยางรถยนต์หน้า
          เมื่อท่านเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่แล้ว ท่านควรขับรถด้วยความระมัดระวังเพื่อให้ชินกับยางรถยนต์ชุดใหม่เสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เบรครถ เร่งความเร็วรถ เข้าโค้ง หรือใช้รถขณะฝนตก ทั้งนี้เพราะยางรถยนต์ชุดใหม่อาจให้ความรู้สึกที่ผิดไปจากยางรถยนต์ชุดเก่าที่ท่านเคยใช้
          ข้อควรระวัง เกี่ยวกับความปลอดภัย การถอดหรือใส่ยางเข้ากะทะล้อ ควรกระทำโดยผู้ชำนาญงานเท่านั้น มิฉะนั้น อาจเกิดความเสียหาย และอันตรายขณะถอดใส่ได้

10. จะทำอย่างไรเมื่อรถเกิดอาการสั่นสะท้าน
          อาการสั่นสะท้านย่อมแสดงว่า มีสิ่งผิดปกติกับรถที่ใช้อยู่ และควรได้รับการแก้ไขโดยทันที มิฉะนั้นจะส่งผลเสียต่อยางที่ใช้ระบบช่วงล่าง ตลอดจนระบบพวงมาลัย เมื่อเกิดอาการสั่นสะท้านขึ้น ท่านควรตรวจเช็คการสึกของยางรถยนต์ เพราะลักษณะการสึกจะทำให้ท่านพอทราบถึงสาเหตุของการสั่นสะท้าน และวิธีการป้องกัน

11. นิสัยการขับรถมีผลต่อการสึกของยางรถยนต์หรือไม่
          นิสัยการขับรถของแต่ละท่าน จะมีผลต่อการสึกของยางก่อนกำหนด ฉะนั้นเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของรถ ท่านควรหลีกเลี่ยงนิสัยการขับต่อไปนี้ ออกรถ และหยุดรถอย่างรุนแรง การหักเลี้ยวอย่างรุนแรง การขับรถปีนขอบถนน ขับเบียดฟุตบาท การขับโดยไม่หลบหลุม ก้อนหิน หรือสิ่งกีดขวาง

ดูแลรักษายางรถยนต์อย่างถูกต้อง ปลอดภัยกับตัวท่านและคนที่ท่านรัก

มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ขนาดยางรถยนต์

การเปลี่ยนขนาดยางรถยนต์

ยางรถยนต์

          ข้อคำนึงในการเปลี่ยนขนาดยางรถยนต์

           โดยปกติแล้ว ยางรถยนต์ที่ติดรถออกมาจากโรงงานประกอบของรถแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นนั้น เป็นยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด ที่ทางบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้ทดสอบแล้ว แต่เนื่องจากผู้ขับขี่แต่ละรายอาจมีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ต้องการให้เกาะถนนดีขึ้นเมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงกว่าปกติ เพื่อความนุ่มนวลที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ขับขี่จึงต้องการเปลี่ยนขนาดยางรถยนต์ให้เหมาะสมและตรงกับลักษณะการใช้งาน ซึ่งการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่แทนยางรถยนต์ชุดเก่า ให้มีขนาดที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยการเปลี่ยนขนาดยางรถยนต์ที่ขนาดยางรถยนต์เส้นใหม่ มีความแตกต่างไปจากขนาดยางรถยนต์เส้นเดิมนั้น 
           

          สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงมีอยู่ 2 ประการ คือ

1) ความสามารถในการรับน้ำหนัก ต้องใกล้เคียงยางรถยนต์ขนาดเดิม
2) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของยางรถยนต์ ต้องใกล้เคียงยางรถยนต์ขนาดเดิม

          การเปลี่ยนขนาดยางรถยนต์ไม่ถูกต้องจะก่อให้เกิดผลเสีย ดังนี้

 ขนาดยางรถยนต์เล็กไป

- ความสามารถในการรับน้ำหนักลดลง
- สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
- มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
- มาตรวัดระยะทางคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

ขนาดยางรถยนต์ใหญ่ไป

- ยางรถยนต์เสียดสีกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรถ
- พวงมาลัยหนักขณะใช้ความเร็วต่ำ
- มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
- มาตรวัดระยะทางคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

 (ที่มา>>> http://www.bridgestone.co.th)


วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-สะพานยาง

สะพานยาง (Tread Wear Indicators)

ยางรถยนต์

           สะพานยาง คือ ปุ่มในร่องดอกยางบนหน้ายางรถยนต์ เพื่อวัดความสูงของดอกยาง 1.6 มิลลิเมตร ถ้าดอกยางอยู่ระดับเดียวกับสะพานยาง ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนยางรถยนต์แล้วครับ

ยางรถยนต์

          สะพานยาง อยู่ตรงไหน? อยู่ในร่องดอกยางบนหน้ายางรถยนต์ ให้สังเกตุที่แก้มยางรถยนต์ จะมีสัญญลักษณ์รูปสามเหลี่ยม (tiretread marker) ชี้พิกัดตำแหน่งปุ่มสะพานยางในร่องดอกยางบนหน้ายางรถยนต์ครับ

มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ความสะอาด

ทำความสะอาด-ยางรถยนต์

ยางรถยนต์

          ยางรถยนต์เป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งที่สัมผัสกับพื้นผิวถนนโดยตรง ดังนั้นการที่ยางรถยนต์จะสัมผัสกับน้ำ, ฝุ่น, โคลน และสิ่งสกปรกอื่นๆจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การทำความสะอาดยางรถยนต์ จึงนับเป็นการบำรุงรักษายางรถยนต์อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยยืด อายุการใช้งานของยางให้ยาวนานยิ่งขึ้น
          วิธีที่ 1
ใช้น้ำยาล้างรถเนี่ยล่ะล้างออก แล้วก็ใช้น้ำยาเคลือบเงายางมาทา มันก็ดำเงางามสวยแล้วครับ หรือจะใช้แบบกระป๋องง่ายดี ฉีดทิ้งไวเป๊ปเดียวดำทั้งยางรถยนต์
          วิธีที่ 2
ใช้น้ำยาแบบน้ำ ถูกดีขวดละห้าหกสิบใช้ได้เป็นปี ล้างยางให้สะอาดแบบท่าSwitch ไม่ต้องรอให้แห้งแค่หมาดๆ เอาเศษผ้าเล็กๆขนาดกว้างคูณยาวประมาณ 5cm ก้อพอ ชุบน้ำยาแล้วทาเลยครับ เช็ดเสร็จ ขยับรถนิดนึง เช็ดแก้มยางรถยนต์ด้านล่างตรงที่เราทาไม่ทั่วน่ะครับ เสร็จแล้วเช็ดล้อด้วยเพราะน้ำยาเนี่ยอมฝุ่นมาก
          วิธีที่ 3
ใช้โค๊กหรือเป็บซี่ที่กินเหลือเทใส่ขวดไว้ เอามาชุบฟองน้ำหมาดๆทาให้ทั่วพอแห้งจะดำสนิดดี ทำครั้งแรกควรทาซัก2รอบครับ ฝุ่นไม่จับ หมาไม่เยี่ยวรด มดก็ไม่ขึ้นแน่นอน สูตรนี้ได้มาจากพวกรถสิบล้อรถบัส เขาใช้กันมานานแล้ว ไม่ต้องซื้อน้ำยาแพงๆมาให้เปลืองตัง

          ที่มา>>>http://cleaningprofess.info/วิธีล้างยางรถยนต์

มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ


วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-TREADWEAR

ค่าTRADE WARE คืออะไร

ยางรถยนต์
          ความนุ่มนวล การสึกหรอของดอกยางรถยนต์ แต่ละยี่ห้อ ทำไม?แตกต่างกัน ยางรถยนต์บางเส้นใช้งานไม่กี่พันKm ดอกยางสึกไปตั้งเยอะ ยางรถยนต์บางเส้นใช้งานหลายหมื่นKm ดอกยางสึกไปหน่อยเดียว Treadwear คือ คำตอบ ครับ
          ค่า Treadwear, Traction, Temperature ของยางรถยนต์ เพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดตั้งโครงการ UTQG (Uniform Tire Quality Grading) เพื่อจัดอันดับคุณภาพยางรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในการซื้อยางรถยนต์ของพวกเขา
          โดยทั่วไปนั้นจะใช้เครื่องมือนอกเหนือจากที่รวบรวมความคิดเห็นจากเพื่อน, ช่าง และผู้จำหน่ายยาง สิ่งสำคัญในการใช้ระบบนี้คือระบบการเปรียบเทียบความเกี่ยวข้องกันกับการใช้งานจริง ผู้ผลิตใช้สามเกณฑ์ในการแบ่งระดับ: treadwear, traction และ temperature ข้อมูลที่ถูกต้องเมื่อคุณต้องการซื้อยาง  บนฉลากกระดาษที่ติดอยู่บนหน้ายาง หรือ อักษรรหัสบนแก้มยางรถยนต์ (sidewall)       

         
ยางรถยนต์

          Treadwear เป็นอันดับเปรียบเทียบตามการสึกหรอของยางรถยนต์ เมื่อการทดสอบภายใต้เงื่อนไขควบคุมรอบคอบ เช่น อันดับ 400 ควรใช้งานได้นานกว่ายางรถยนต์อันดับ 200 แต่ต้องแลกมาด้วยเนื้อยางที่แข็งกระด้างและการเกาะถนนที่น้อยลง ประสิทธิภาพ treadwear จริงอาจจะแตกต่างกันอย่างมากมายตามการใช้งานจริง ขึ้นอยู่กับรูปแบบนิสัยการขับขี่, การดูแลรักษา (แรงดันลมยาง), สภาพถนน และอากาศที่มีผลต่ออายุของยางรถยนต์ อันดับตัวเลขที่น้อย ก็ไม่ได้บ่งบอกถึงการเกาะถนนเสมอไป ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการออกแบบดอกยางรถยนต์ โครงสร้างหน้ายางรถยนต์ แก้มยางรถยนต์ รวมทั้งส่วนผสมของเนื้อยางรถยนต์ 
          Traction เป็นอันดับความสามารถในการหยุดบนทางเปียก วัดภายใต้เงื่อนไขการควบคุมบนพื้นยางมะตอย และการทดสอบบนพื้นผิวคอนกรีต ณ ปี 1997 ระดับ traction จาก สูงสุด ไป ต่ำสุดที่ "AA", "A", "B" และ "C" ยางรถยนต์ที่จัดอันดับ "AA" อาจมีสมรรถนะดีในการเกาะถนนกว่ายางรถยนต์จัดอันดับที่ต่ำกว่า ทดสอบเบรค หน้า-ตรง ไม่พิจารณาระดับประสิทธิภาพในขณะเลี้ยวของยาง
          Temperature เป็นอันดับแสดงความต้านทานของยางรถยนต์ต่อความร้อนและความสามารถในการกระจายความร้อน ทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมในห้องปฏิบัติการการ ระดับจากสูงสุดไปต่ำสุดเป็น "A", "B" และ "C" เกรด "C" หมายถึงประสิทธิภาพต่ำสุดตามมาตรฐานความปลอดภัยสหพันธรัฐ ดังนั้นยางรถยนต์ "A" คือ ใช้งานได้ในขณะเย็นและแม้ว่ายางรถยนต์ "C" วิ่งในขณะที่ร้อนก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ปลอดภัยระดับอุณหภูมิจะจัดตั้งขึ้นสำหรับยางรถยนต์ที่พอเหมาะสมและไม่มากไป

-TREADWEAR   = ค่าการสึกหรอของยางรถยนต์
                           ตัวเลขน้อย - สึกหรอสูง   - อายุสั้น  - เกาะถนน
                           ตัวเลขมาก - สึกหรอน้อย - อายุยาว - เกาะถนนน้อยกว่า

-TRACTION  = ความสามารถในการหยุดบนถนนลาดยางหรือคอนกรีต(ไม่เกี่ยวกับการยึดเกาะถนนในโค้ง)
                          ค่าดีที่สุด AA,A,B และ C น้อยสุด

-TEMPERATURE  = ค่าความทนทาน การถ่ายเทความร้อนของยางรถยนต์
                              ค่ามากสุด A,B และ C น้อยสุด


วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-Offset

ออฟเซ็ต ( Offset , ET ) คืออะไร ?

ยางรถยนต์
          ค่า Offset คือค่าระยะห่าง ระหว่าง เส้นแบ่งครึ่งล้อ ตามแนวขวาง กับ หน้าแปลนของล้อ (Hub Mounting Surface) โดยมีหน่วยเป็น มิลลิเมตร

          ค่า Offset ส่งผลอะไรกับรถของเรา ?
          ค่า Offset จะส่งผลโดยตรงกับระยะหรือตำแหน่งของล้อ ว่าจะยื่นออก หรือ หุบเข้า ไปในตัวรถของท่าน ดังนั้น การเลือกล้อที่มีค่า Offset ที่ถูกต้องเหมาะสมจึงมีความจำเป็น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยทีเดียว

ยางรถยนต์

          ค่า Offset ของล้อ ที่เราจะพูดถึง โดยปกติระบุเป็น 3 ค่าด้วยกัน 

ยางรถยนต์


ค่าออฟเซ็ต เท่ากับศูนย์ Zero Offset (0)

คือค่า ระยะห่างของ หน้าแปลนล้อ ( Hub Mounting Surface ) ตรงกับ เส้นแบ่งครึ่งของ ล้อตามแนวขวางของล้อพอดี






ค่า ออฟเซ็ต เป็นบวก Positive (+)
คือระยะห่างของเส้นแบ่งครึ่งล้อวัดไปถึงหน้าแปลนล้อโดยมีทิศทางไปนอกตัวรถ วัดได้เป็นระยะเท่าไรนั้นถือค่าเป็นบวก(+)  เช่น +20, +30, +38, +45 เป็นต้น ซึ่งมักพบกับล้อที่ใช้กับรถขับเคลื่อนล้อหน้าเสียส่วนใหญ่




ยางรถยนต์
 ค่าออฟเซ็ต เป็นลบ Negative (-)
คือระยะห่างของเส้นแบ่งครึ่งล้อวัดไปถึงหน้าแปลนล้อ หรือพูดง่ายๆ ว่าหน้าแปลนของล้อมีระยะเกินเส้นแบ่งครึ่งล้อไปในทิศทางเข้าในตัวรถ  วัดได้เป็นระยะเท่าไรนั้นถือค่าเป็น (-) เช่น -5, -10, -20 เป็นต้น  ซึ่งรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังมักกำหนดให้ใช้ล้อแม็กที่มีค่าออฟเซ็ตเป็นลบหรือก็บวกไม่มาก




          เรื่องนี้หากมีการเลือกค่า offset ที่ไม่ตรงกับรถนั้นๆ ก็จะมีผลกระทบตามมาเช่นกัน หรือหากมีการเปลี่ยนขนาดความกว้างของล้อ  ค่า Offset ก็เปลี่ยนไปด้วย  ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาหรือรู้ถึงค่า Offset สำหรับรถของท่านควรมีตัวเลขอยู่ที่เท่าไร ? เพื่อจะได้ไม่สร้างปัญหาให้แก่ตัวรถของท่าน

          เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าล้อของเรามีค่า Offset เท่าไร ?     

          การดูค่า offset  ล้อแม็ก ของเราด้วยตนเอง โดยปกติ ล้อแม็ก ส่วนใหญ่  จะมีตัวเลขบ่งบอกไว้ที่ตัวล้อเองเลย ซึ่งเรามักสังเกตุเห็น ตัวเลขที่มักจะตามตัวอักษร เช่น " ET 38 " ก็หมายถึง offsET 38 นั่นเอง หรือบางที ก็อาจมีเฉพาะตัวเลขลอยๆ ไม่มีตัวอักษรนำหน้าก็มี เช่น " 45 " ก็หมายถึง Offset = 45 เหมือนกัน ดูตัวอย่าง ที่รูปภาพด้านล่าง

ยางรถยนต์


รถของเรา มาตรฐานเดิมที่ล้อแม็กของเรา มีค่า Offset เท่าไร ? ก็ต้องดูที่ สมุดคู่มือประจำรถ

ตารางค่าoffsetยางรถยนต์
(ที่มาของความรู้ >>> http://www.automagwheel.com)

มาเรียนรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ และ เปลี่ยนยางรถยนต์แบบมืออาชีพกันครับ

วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-ซื้อยางรถยนต์

 อ่านก่อน...เปลี่ยนยาง

ยางรถยนต์

          ยางรถยนต์ เปรียบเสมือนรองเท้าที่เราสวมใส่ มันต่างกันตรงที่ ยางรถยนต์ อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าเราไม่ดูแลมัน บางคนใส่เพื่อความสวยงามตามแฟชั่น บางคนใส่ตามคุณภาพของเงินในกระเป๋า ที่แย่หน่อยกระเป๋าแบนกลัวแฟนทิ้ง เลยจำเป็นต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรถยนต์ เงินในกระเป๋า กับ ความรอบรู้ คือ สิ่งที่จำเป็นครับ

          1.ยางรถยนต์ หมดสภาพการใช้งานแล้วหรือยัง?
โดยปกติ ถ้าหากยางรถยนต์ได้รับการดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกต้อง เราสามารถใช้งานได้จนกระทั่งดอกยางสึกหรอเหลือต่ำสุด 1.6 มิลลิเมตร สามารถสังเกตง่ายๆได้จาก จุดสามเหลี่ยมเล็กๆ 6 จุดบนไหล่ยางแต่ละด้านเมื่อเจอสัญลักษณ์นี้แล้ว ให้มองตรงขึ้นไป ที่หน้ายาง และมองลึกลงไปที่ร่องดอกยาง ก็จะพบสันนูนที่ร่องยาง ซึ่งเรียกว่า สะพานยางและเมื่อไหร่ที่ดอกยางสึก ไปถึงสะพานยาง นั่นแสดงว่ายางรถยนต์หมดอายุการใช้งาน ก็ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ได้ทันที แต่ถึงแม้ยางไม่หมดอายุแต่เกิดการบวมล่อนขึ้น บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น ที่หน้ายาง หรือ ไหล่ยาง ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเช่นกัน เพราะหากยังใช้ต่อไป ยางอาจแตกระเบิดได้ หรือถ้าเกิดบาดแผลขึ้น โดยแผลนั้นมีความลึกไปถึงโครงสร้างยางภายใน และมีความกว้างของบาดแผลมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผลบริเวณแก้มยาง ห้ามทำการปะซ่อมและนำมาใช้งานเด็ดขาด ควรเปลี่ยนยางใหม่โดยด่วนทันที

          2.กำหนดขนาดของยางรถยนต์
ขนาดของยางรถยนต์ที่กำหนดมาจากผู้ผลิตรถยนต์ หมดค่าใช้จ่ายไปกับวิศวะกรผู้คิดค้นมิใช่น้อย แต่...ใช่ว่าจะดีที่สุด เพราะมันมีองค์ประกอบอื่น เช่น ราคาของรถยนต์ ถ้านำยางรถยนต์คุณภาพดี ซีรีย์ส่วยๆ มาใส่รถยนต์ใหม่ ราคารถยนต์ก็ต้องขยับสูงขึ้น อาจทำการตลาดยาก ดังนั้น เราสามารถกำหนดสเปคยางรถยนต์ของเราเองได้ครับ ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนขนาดยางรถยนต์ และ ค่่า OffSet ของล้อรถยนต์ ครับ

          3.มองหาร้านจำหน่ายยางรถยนต์
ราคายุติธรรม และ บริการหลังการขายดี เรื่องราคายางรถยนต์นั้น มีหลายเกรด หลายยี่ห้อ หลายราคา มีราคาโปรโมชั่น อีกต่ะหาก ราคายางรถยนต์ใหม่ แต่ละร้านจำหน่ายยางรถยนต์ ไม่แตกต่างกันมากมายนัก สามารถหาข้อมูลได้ก่อนจากอินเตอร์เน็ต บริการหลังการขายดี นั่งคือสิ่งที่ต้องค้นหา เพราะหลังจากซื้อยางรถยนต์ใหม่ ต้องมีการสลับยาง ตั้งศูนย์ถ่วงล้อกันอีก

          4.ยางมือสอง หรือ ยางเปอร์เซ็นต์ เป็นอีกทางเลือกหนี่ง ครับ



วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

ยางรถยนต์-RUNFLAT TYRE

RUNFLAT TYRE วิ่งได้แม้ไร้ลม

ยางรถยนต์
PAX SYSTEM - จุดเริ่มต้นของ RUNFLAT TYRE เป็นยางรถยนต์แบบพิเศษ ต้องใช้กับ กระทะล้อแบบเฉพาะ ไม่สามารถใส่กับกระทะล้อทั่วไปได้ ก่อนจะใส่ยางเข้าไป กระทะล้อจะถูกสวมด้วยแหวนพลาสติกแข็งและหนารัด อยู่โดยรอบ ซึ่งมีน้ำหนักไม่น้อย เป็นการเพิ่มภาระในการหมุน ถ้ายางแบนลง แหวนพลาสติกจะทรุดลงมากดด้านหลังของหน้ายาง ทำให้แก้มยางทรุดตัวลงไม่สุด ขอบกระทะล้อจึงไม่บดลงบนแก้มยาง ขอบกระทะล้อถูกออกแบบให้บีบกับขอบยางแน่นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันยางหลุดจากกระทะล้อ เวลาขับขณะแรงดันลมยางลดลงมาก ๆ หรือไม่มีลมเลย เนื่องจากต้องใช้กระทะล้อ และยางแบบพิเศษ การผลิต และการถอดใส่จึงต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ ซึ่งยุ่งยากและมีราคาแพง แต่ก็ทำงานได้ผลเมื่อยางแตก เพราะแก้มยางจะยุบตัวลงน้อยมาก ภาระการรับน้ำหนักเปลี่ยนไปตกอยู่ที่วงแหวนพลาสติก ผู้ผลิตระบุว่า เมื่อยางแบนจะสามารถขับต่อไปได้ด้วยความเร็ว 80 กม./ชม. เป็นระยะทางสูงสุดถึง 200 กิโลเมตร แต่ความนุ่มนวลจะลดลง เพราะไม่มีแรงดันลมช่วยซึมซับแรงสั่นสะเทือน มีเพียงหน้ายางที่ถูกกดโดยตรงจากแหวนพลาสติก ซึ่งหนา แข็ง และไม่มีความยืดหยุ่น
ยางรถยนต์
PAX SYSTEM มีข้อดี คือ ถ้าแรงดันลมยางปกติหรือยางไม่แบน จะมีความนุ่มนวลเหมือนยางทั่วไป เพราะไม่ได้เสริมความหนาที่แก้มยาง แต่... ไม่เป็นที่นิยม เพราะต้องเป็นพิเศษทั้งยาง วงแหวนไส้ใน และกระทะล้อ รวมทั้งมีความยุ่งยากในการถอดใส่ ช่วงแรกจึงมีการจำหน่ายเป็นอุปกรณ์เลิกติดตั้งพิเศษในรถยนต์เพียงไม่กี่รุ่น เท่านั้น และถูกนำไปติดตั้งในรถยนต์ต้นแบบที่จัดแสดงตามมอเตอร์โชว์ต่าง ๆ มากกว่าใช้งานจริง ช่วงต้นปี 2002 ที่ PAX SYSTEM ถูกนำไปติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์เรโนลต์ ซีนิก รุ่นสูงสุด ( ปี 2001 เป็นอุปกรณ์เลือกติดตั้งพิเศษ ) ซึ่งคาดว่าจะมียอดจำหน่ายปีแรกหลายหมื่นคัน

ผู้ผลิตยางรถยนต์ ที่มียาง PAX SYSTEM ในสายการผลิต คือ มิชลิน พิแรลลี กู๊ดเยียร์ และซูมิโตโม (ดันลอป ญี่ปุ่น) โดยคาดว่าตลาดของ PAX SYSTEM จะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ แต่เป็นไปอย่างช้า ๆ เพราะราคาแพง และความยุ่งยาก รวมทั้งมีเทคโนโลยีอื่นมาเบียด ซึ่งมีราคาถูกกว่า และใช้งานง่ายกว่า

ยางรถยนต์
เทคโนโลยี…ยางแก้มหนา เหนือกว่าด้วยความสะดวก โดยใช้วิธีง่าย และไม่ซับซ้อน คือ ออกแบบแก้มยางรถยนต์ให้หนา และมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่ายางรถยนต์ปกติ เพื่อให้เมื่อยางรถยนต์แบน แก้มยางจะยังดันอยู่กับขอบกระทะล้อ และสามารถรองรับการบดลงมาของขอบกระทะล้อได้นาน โดยไม่เกิดความเสียหาย ที่สำคัญ คือ สามารถใช้กับกระทะล้อ และเครื่องมือถอดใส่บางแบบธรรมดาได้

ยางแก้มหนานี้ เมื่อยางแบนจะทำงานได้ไม่ดีเท่า PAX SYSTEM เพราะไม่มีแหวนพลาสติกหนารับน้ำหนักแทนลม เป็นการรับน้ำหนักด้วยแก้มยางทั้ง 2 ข้าง แต่ก็ไม่ทำให้รถยนต์เสียการทรงตัว และสามารถขับต่อด้วยความเร็วกกว่า 50 กม./ชม. เป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร

ผู้ผลิตยางรถยนต์หลายราย เริ่มผลิตยางแบบนี้ออกจำหน่ายแล้ว โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น กู๊ดเยียร์ เรียกกว่า EMT (Extended Mobility Technology) มีตั้งแต่ขนาด 15-19 นิ้ว ซีรีส์ 60-35 รวมแล้วเกือบ 20 ขนาด โดยเป็นยางมาตรฐานของเชฟโรเล็ต คาร์เวต ในปี 1997 พลีมัต พราวเลอร์ และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 PL ในปี 1998 และมินิ คูเปอร์ ในปี 2001

บริดจสโตน เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า RFT (RUNFLAT TIRE) ปัจจุบันเป็นยางมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู Z8 ในรุ่น Potenza REO40 ด้านหน้าขนาด 245/45R18 ด้านหลังขนาด 275/65R18 และนิสสัน ไฮเปอร์มินิ ในรุ่น Ecopia EP02 ด้านหน้าขนาด 145/65R14 ด้านหลังขนาด 165/60R14 แม้ยางรถยนต์แบบนี้จะสามารถใช้ร่วมกับกระทะล้อทั่วไปได้ แต่ก็มีข้อเสีย คือ แก้มยางที่หนาขึ้น และถูกเสริมความแข็งแรงทำให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้น้อยลง มีความกระด้างเพิ่มขึ้นตลอดการขับ

Internal Support RUNFLAT System อีกเทคโนโลยีจากบริดจสโตน แนวคิดในการออกแบบคล้ายกับ PAX SYSTEM แต่เปลี่ยนจากแหวนพลาสติกหนา และแข็ง มาเป็นแหวนโลหะทรงโค้งบางโปร่ง ปลายทั้ง 2 ด้านเป็นยาง ล้อมรัดอยู่กับกระทะล้อ เมื่อยางแบน กระทะล้อ และวงแหวนโลหะจะทรุดกดลงบนด้านหลังของหน้ายาง แก้มยางจะยุบตัวลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขอบกระทะล้อไม่บดลงบนแก้มยาง ขับต่อได้นานโดยยางไม่เสีย มีจุดด้อยคล้าย PAX SYSTEM คือ ยุ่งยาก และแพง ข้อดีที่เหมือนกันคือ นุ่มนวลในการใช้งานปกติ เพราะแก้มยางไม่แข็ง เด่นกว่า PAX SYSTEM ตรงที่แหวนโลหะมีน้ำหนักเบา ล้อ และยางไม่หนักขึ้นมาก จึงไม่เป็นภาระแก่ช่วงล่างมากนัก รับน้ำหนักได้ดีกว่ายางแบบแก้มหนา ขับได้เร็ว และไกลกว่า โดยไม่ทำให้ยางเสียหายเพิ่มเติมหลังจากยางแบน และเมื่อยางแบนจะนุ่มนวลกว่า PAX SYSTEM เพราะขอบยางที่รองรับแหวนโลหะอยู่นั้น สามารถยืดหยุ่นได้ ไม่แข็งตายตัวเหมือนแหวนพลาสติกของ PAX SYSTEM

เซ็นเซอร์แรงดันลมยาง อุปกรณ์เสริมที่อาจจำเป็น ยางแบบ RUNFLAT TIRE จะทำให้ยางไม่ค่อยยุบตัวลงเมื่อลมรั่วออก ผู้ขับบางคนจึงอาจไม่ทราบว่ายางแบน และขับต่อไปเป็นระยะทางไกลจนยางเสียหาย ผู้ผลิตยางแบบ RUNFLAT TIRE บางราย จึงแก้ปัญหาด้วยการใช้จุกลมแบบพิเศษ มีเซ็นเซอร์วัดแรงดันลมยางในตัว ทำงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ส่งสัญญาณไปยังมอนิเตอร์ในห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้ขับทราบว่า ยางแต่ละเส้นมีแรงดันอยู่ในระดับปกติหรือไม่

แนวโน้มในอนาคต คาดว่ายางแบบมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ที่ต้องใช้แรงดันลมช่วยรับน้ำหนัก ถ้าแบนแล้วขับต่อไม่ได้ จะคงความนิยมทั้งจากผู้ผลิตและผู้บริโภค เนื่องจากในปัจจุบัน ยางแบบมาตรฐานก็พัฒนาให้มีความทนทานพอสมควรแล้ว ถ้ารูรั่วไม่ใหญ่นัก หรือของแหลมยังติดคาอยู่ ลมก็จะรั่วออกช้ามาก รถยนต์จึงไม่เสียการทรงตัวในทันที สามารถประคองหาที่ปลอดภัยเปลี่ยนยางอะไหล่ได้ ไม่บ่อยนักที่จะพบว่าลมยางรั่วออกหมดอย่างรวดเร็ว

ส่วนยางแบบพิเศษ ที่ขับได้แม้ไร้ลมยาง จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ถ้าสามารถลดราคา และความยุ่งยากในการใช้ลงได้ โดยมีแนวโน้มว่ายางแบบแก้มหนา ซึ่งใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน และมีราคาไม่แพงกว่าปกติมากนัก จะได้รับความนิยมมากกว่ายางแบบมีวงแหวนเป็นไส้ใน และจะแพร่หลายมากในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ที่ไม่ควรเสียการทรงตัวเมื่อยางแตก เมื่อยางแตกก็ขอแค่รถยนต์ไม่เสียการทรงตัว สามารถขับต่อไปในที่ปลอดภัย และสะดวกต่อการเปลี่ยนยางอะไหล่ โดยใช้ความเร็วพอประมาณ 5-10 กม./ชม. ไม่ให้กีดขวางการจราจรมากนัก และยางเส้นนั้นไม่เสียหายก็พอ

(ที่มาของความรู้ : automobile.mweb.co.th)